หลังจากที่ผมกลับมาจากต่างประเทศ คุณพ่อคุณแม่ก็ยังคงอยู่กับพี่สาวที่ต่างประเทศต่อทำให้ผมเริ่มการใช้ชีวิตคนเดียวเป็นครั้งแรก ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดว่าการอยู่คนเดียวมันแตกต่างจากความคิดของผมอย่างสิ้นเชิงหลังจากที่ผมอยู่คนเดียวประมาณเดือนครึ่งก็พบว่าตัวเองนั้นเปลี่ยนไปมากมายครับ
ความอิสระ
ความคิดแรกที่ผมคิดได้คือความอิสระ หลายๆคนบอกว่าการอยู่คนเดียวอิสระมาก ซึ่งก็จริงครับผมอยู่บ้านจะทำอะไรก็ได้ แม้แต่อาบน้ำยังไม่ต้องปิดประตูเลย ข้าวของใช้เสร็จแล้วจะวางทิ้งตรงไหนก็ได้ ไม่ต้องเก็บ อยากไปไหนก็ไปได้เลยเป็นสิ่งแรกที่ได้รับ
ความรับผิดชอบ และมีระเบียบวินัย
จากการได้ความอิสระสักพัก ก็ทำให้รู้ว่าของหลายอย่างที่เราทิ้งไว้ ผ่านไปวันสองวันมันก็ยังคงอยู่ที่เดิม หากคุณพ่อคุณแม่ผมอยู่ก็จะช่วยดูแล ทำให้ผมตระหนักว่าความอิสระบางอย่างนั้นก็ไม่ดี ผมเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนมีระเบียบมากขึ้นทำอะไรแล้วให้เก็บทันทีเพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาเก็บซ้ำซาก อย่างเช่นขยะเปียกก็ต้องทิ้งทันที ปล่อยทิ้งไว้ก็จะเหม็นเน่า ในวันที่รถขนขยะมาผมก็ต้องดูวันลากถังขยะออกไปวางหน้าบ้าน ผ้าแห้งก็รีบพักเก็บ จานที่แห้งก็เก็บเข้าชั้น หนังสืออ่านแล้วก็เก็บเข้าตู้ทันที
ความหิวโหย
จากเดิมคุณพ่อคุณแม่จะเป็นคนช่วยจัดการด้านอาหารในบ้าน มีผลไม้มากมาย เมื่อผมอยู่คนเดียวก็พบว่าตู้เย็นนั้นโล่งมาก ในหนึ่งสัปดาห์ต้องคอยจับจ่าย ขนมผลไม้ เข้าตู้เย็นเพื่อบรรเทายามเราหิว เป้าหมายในด้านการกินอาหารของผมยังคงทำเองจึงหมดเวลาไปกับการเตรียมวัตถุดิบ ล้างผัก หุงข้าว ทำอาหารเป็นส่วนใหญ่
แสงแดดแห่งความหวัง
ผมเคยเห็นพ่อมักจะบ่นว่าต้องรีบกลับบ้านเพื่อมาซักผ้า (ปกติที่บ้านผมซักผ้าด้วยมือ) ผมก็สงสัยแค่งานซักผ้าทำไมต้องรีบ แต่พออยู่คนเดียว หนึ่งอาทิตย์ซักผ้าก็พบกับเสื้อผ้ามากมายผมซักด้วยมือใช้แรงใช้เวลาเป็นชั่วโมง และในตอนตากก็ภาวนาว่าของให้มีแดด พอแดดมาก็จะดีใจมาก ไม่อย่างนั้นผ้าที่ซักอาจจะเหม็นอับต้องนำกลับมาซักใหม่ ผมรู้จักคุณค่าของแสงแดดก็ตอนซักเสื้อครับ
ช่างซ่อมจำเป็น
เดิมคุณพ่อผมจะดูแลทุกอย่าง แต่พอที่บ้านไม่มีใครอยู่หลอดไฟเสียผมก็ไปใช้หลอดอื่นจนกระทั่งเริ่มทนไม่ได้ก็เริ่มศึกษาเปลี่ยนด้วยตัวเอง ขับมอเตอร์ไซด์ของพ่อไปซื้อของใกล้บ้าน ยางก็ยังแตกผมต้องมองหาร้านปะยาง แอร์ที่ใช้งานได้ก็เสีย ดูเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ก็ได้เรียนรู้ไม่น้อยเลยครับ
จิตนาการล้ำหน้า
การอยู่บ้านสามชั้นคนเดียวนั้นบางครั้งจิตใจก็มีหวั่นไหวบ้าง หนังแนวสยองขวัญกับหนังผีผมงดดู เพราะอาจจะมีจินตนาการต่างๆเกิดขึ้นได้เสมอ แถมยังคอยตรวจสอบบ้านทุกครั้งก่อนนอน หรือออกจากบ้านว่ามีการปิดสนิทหรือไม่
ของไม่จำเป็น
การอยู่คนเดียว ดูแลของทุกอย่างในบ้านเองทำให้รู้ว่าเรามีของหลายอย่างมากมายที่เกะกะบ้านผมเริ่ม เห็นข้าวของที่กองไว้ที่พื้นที่คิดว่าจะใช้บ้าง หรือไม่ได้ใช้บ้าง สุดท้ายก็เหมือนกับกองสิ่งของที่เกะกะ ผมเริ่มนำไปบริจาคแจกจ่าย และได้มีโอกาศรู้จักการใช้ชีวิตแบบ Minimalist เป็นครั้งแรก ผมได้ศึกษาการใช้ชีวิตแบบ Minimalist เพื่อตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกจากชีวิต อยู่แบบเพียงพอและใช้ชีวิตแต่ละวันให้มีความหมายมากยิ่งขึ้น จึงเป็นที่ผมของการเขียน Blog ใหม่นี้เพื่อให้ผมใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า
Minimalism2cu

